Header

“เตรียมร่างกายให้พร้อม! ชาวพิจิตร รับมือฝุ่น PM 2.5 ก่อนเข้าหน้าร้อน ต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง?”

เข้าสู่ช่วงต้นปีแบบนี้ พี่น้องชาวพิจิตรคงเริ่มสัมผัสได้ถึงสองอย่างที่มาพร้อมกัน คือ "ฝุ่นละออง PM 2.5" ที่ยังหนาแน่นในพื้นที่เกษตรกรรม และ "ไอร้อน" ที่เริ่มตั้งเค้ามาเรื่อยๆ การเตรียมร่างกายให้พร้อมไม่ใช่แค่เรื่องของความแข็งแรง แต่คือการ "ดักหน้า" โรคที่อาจกำเริบได้ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำไมต้องตรวจสุขภาพช่วงรอยต่อฤดู? ซึ่งการตรวจสุขภาพในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลมีความสำคัญมาก เพราะร่างกายต้องปรับตัวอย่างหนักกับสภาพอากาศที่ต่างกันสุดขั้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ ที่มีฝุ่นควันและอากาศร้อนจัดอย่างจังหวัดพิจิตร

3 รายการตรวจสำคัญที่ "ชาวพิจิตร" ไม่ควรละเลย

  1. ตรวจสมรรถภาพปอด (Lung Function Test)
    • ทำไมต้องตรวจ : จังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมทางการเกษตรและการเผาในบางช่วง ทำให้ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ
    • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีอาการไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
  2. ตรวจเช็กระบบหัวใจและหลอดเลือด (Heart & Vascular)
    • ทำไมต้องตรวจ : เมื่อเข้าหน้าร้อน หัวใจจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อน หากมีภาวะความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงแฝงอยู่ อาจเสี่ยงต่ออาการ "ฮีทสโตรก" หรือภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้
    • เช็กอะไรบ้าง : ตรวจความดันโลหิต, ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และระดับไขมันในเลือด
  3. ตรวจระดับสารต้านอนุมูลอิสระและภูมิคุ้มกัน
    • ทำไมต้องตรวจ : ทั้งฝุ่นควันและรังสียูวีในหน้าร้อน คือตัวการสร้าง "อนุมูลอิสระ" ที่ทำลายเซลล์ในร่างกาย การรู้ระดับภูมิคุ้มกันจะช่วยให้เราเสริมวิตามินหรือดูแลตัวเองได้ตรงจุดมากขึ้น

ใครบ้างที่ควรต้องระวัง‥!!

  • ผู้ที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ จะมีอาการคัดจมูก‚ แน่นจมูก‚ น้ำมูกไหล‚ หายใจไม่สะดวก มีอาการไอหรือไอมีเสมหะ ยิ่งทำให้ง่ายต่ออาการกำเริบและรุนแรงมากกว่าบุคคลทั่วไป
  • เด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ระบบการหายใจและภูมิคุ้มกันยังทำงานไม่สมบูรณ์เต็มที่เหมือนกับผู้ใหญ่ จึงควรเฝ้าระวังเพราะอาจส่งผลกระทบ ได้ 2 ระยะ ได้แก่
    • ระยะเฉียบพลัน โดยจะมีอาการเป็นไข้‚ ตัวร้อน‚ แสบตา‚ ตาแดง‚ แสบจมูก หากเด็กมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น หอบหืด หรือภูมิแพ้ อาการอาจกำเริบได้มาก หายใจเร็วเฉียบพลัน แน่นหน้าอก หรือในกลุ่มเด็กที่ติดเชื้อง่าย อาจจะมีอาการติดเชื้อรุนแรงมากกว่าปกติถึงขั้นไอจามเป็นเลือด
    • ระยะยาว อาจทำให้สมรรถภาพปอดลดลง หรือ อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้
  • ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ‚ โรคระบบทางเดินหายใจ และในผู้ที่มีโรคทางสมอง ยิ่งต้องระวัง เพราะผู้สูงอายุจะมีภูมิคุ้มกันลดน้อยลงไปตามวัย หากยิ่งสูดดมเอาฝุ่นพิษเข้าไปจำนวนมาก สารพิษเหล่านั้นจะเข้าสู่อวัยวะที่สำคัญโดยตรง โรคประจำตัวสามารถเกิดอาการกำเริบหนักและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • สตรีมีครรภ์ จะมีความเสี่ยงทำให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการช้า ตัวเล็ก และยิ่งสัมผัสฝุ่นมลพิษในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์แล้ว อาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้

คำแนะนำการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับชาวพิจิตร ป้องกันไว้ก่อน‥!!

  • ควรใส่หน้ากากอนามัย N95 เมื่อต้องออกไปที่โล่งแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นพิจิตรเป็นสีส้ม ⁄ แดง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เตรียมร่างกายให้ชุ่มชื้นเพื่อรับมือกับอากาศร้อนที่กำลังจะมาถึง
  • หมั่นสังเกตสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ หากมีสัญญาณเตือน เช่น อาการแน่นหน้าอก‚ หายใจไม่อิ่ม หรือเวียนศีรษะผิดปกติ เป็นต้น ควรพบแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเด็ดขาด
  • ปิดประตูหน้าต่าง เพื่อไม่ให้มลพิษหรือฝุ่นเข้ามาสะสมภายในอาคาร และใช้เครื่องฟอกอากาศในอาคารที่ทำงานหรือที่อยู่อาศัย
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษและควัน เช่น ไม่เผาทุกชนิด‚ ไม่สูบบุหรี่‚ ไม่ใช้รถควันดำ เป็นต้น
  • ดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้แข็งแรง

เพราะสุขภาพที่ดี คือต้นทุนที่สำคัญที่สุดในการทำงานและการดูแลคนที่คุณรัก โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ชาวนา ชาวสวน และแรงงานกลางแจ้งในจังหวัดพิจิตร จำเป็นต้องใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ เนื่องจากการทำงานกลางแดดจัดเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำสะสม เลือดข้น และส่งผลต่อการทำงานของไตโดยไม่รู้ตัว การตรวจเช็ก ความเข้มข้นของเลือดและการทำงานของไต จึงเป็นอีกหนึ่งการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในช่วงอากาศร้อนจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ ฝุ่นละออง PM 2.5 ยังคงเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม หากมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานที่กำหนด (มากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ฝุ่นขนาดเล็กเหล่านี้ สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจอย่างปอดซึมผ่านกระแสเลือดและกระจายไปยังอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจและสมองได้ ยิ่งฝุ่นมีอนุภาคขนาดเล็กมากเท่าใด ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดการอักเสบภายในร่างกาย และนำไปสู่โรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง‚ มะเร็งปอด‚ โรคหัวใจ‚ โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงภาวะผิวหนังเสื่อมสภาพและแก่ก่อนวัย

ดังนั้น การดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี ตั้งแต่การสวมหน้ากาก การหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับวิกฤติคุณภาพอากาศ และช่วยให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจมากยิ่งขึ้น โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพชาวพิจิตร ด้วยทีมแพทย์และมาตรฐานการรักษาที่ใส่ใจทุกช่วงวัยเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงในทุกฤดูกาลของชีวิต